ชาวนาสระแก้วสุดช้ำ นำข้าวเปลือกไปขายได้ราคาตกต่ำ เพียงกิโลกรัมละ8.50 บาท หักต้นทุนการผลิตขาดทุนยับ วอนรัฐบาลช่วยเหลือด่วน

ชาวนาสระแก้วสุดช้ำ นำข้าวเปลือกไปขายได้ราคาตกต่ำ เพียงกิโลกรัมละ8.50 บาท หักต้นทุนการผลิตขาดทุนยับ วอนรัฐบาลช่วยเหลือด่วน ด้านผู้ประกอบการรับซื้อข้าวเปลือกโควิด19 ฉุดราคาข้าวเปลือกตกต่ำสุดในรอบหลายปี

 


*****ร้องผ่านสมาคมนักข่าวนักสื่อสารมวลชนจังหวัดสระแก้วถึงรัฐบาลช่วยชาวนาสันหลังของชาติราคาข้าวเปลือกต่ำเหลือถัง 85 บาท จากการติดตามของสื่อมวลชนบรรยากาศการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปี และตลาดรับซื้อข้าวเปลือกที่จังหวัดสระแก้ว ในช่วงเริ่มต้นฤดูเก็บเกี่ยว พบว่าชาวนาในกลุ่มผู้ปลูกข้าวหอมมะลิ ซึ่งเป็นข้าวอายุสั้น 120 วันเก็บเกี่ยว ต่างทยอยกันเก็บเกี่ยวกันแล้ว ขณะเดียวกันกลับรู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง ต่างจากทุกๆปีที่ผ่านมา ที่เก็บเกี่ยวข้าวด้วยความดีใจ ขณะเดียวกันที่ตลาดรับซื้อข้าวเปลือกก็เงียบเหงา ไม่คึกคักอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งนี้ จากการสอบถามชาวนาและผู้ประกอบการรับซื้อข้าวเปลือกทราบว่า เป็นผลพวงมาจากราคาข้าวตกต่ำ และมีแนวโน้มตกต่ำลงเรื่อยๆ หากรัฐบาลไม่ยื่นมือเข้ามาพยุงราคา หรือมีมาตรการช่วยเหลือ เนื่องจากราคารับซื้อเพียงตันละ 6,000 บาท หรือกิโลกรมละ 6 บาทเท่านั้น


*****นายกสมาน บูชารัตนชัย อดีตนายกเทศมนตรีตำบลฟากห้วย เจ้าของลานรับชื้อข้าวเปลือกรายใหญ่สระแก้ว กล่าวว่า สำหรับปีนี้ราคาตกต่ำมากในรอบปีปกติรับชื้อเกวียนละ 15,000 บาทในขณะนี้เหลือเพียงละเกวียนละ 8,500 บาท ชื้อแบบเหมาความชื่นตนเห็นใจชาวนาได้เปิดท่าชื้อข้าวเปลือกกระจายไปทุกอำเภอเพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งลงก็อยากสะทอนปัญหาราคาข้าวเปลือกตำต่ำถึงรัฐบาลช่วยเยียวยาในส่วนที่ขาดไปให้กับชาวนาด้วยเพื่อความอยู่ลอดของชาวนาไทย


*****นางสมาน ทวาผักแว่น อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123/1 หมู่ 5 ต.ฝากห้วย อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว กล่าวว่า สำหรับราคารับซื้อข้าวเปลือกปีนี้ เรียกได้ว่าตกต่ำสุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา สอบถามแหล่งรับซื้ออ้างว่าเป็นไปตามกลไกตลาด เนื่องจากมีข้าวเปลือกและข้าวสารล้นตลาดข้าวไทย จึงส่งผลให้พ่อค้านายทุนรับซื้อข้าวไทยจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป ตามปกติทุกปีที่ผ่านมาในช่วงนี้จะขายข้าวเปลือกเหนียวในราคาตันละ 10,000-12,000 บาท หรือกิโลกรัมละ 10-12 บาท แต่ปีนี้ราคากลับตกต่ำลงถึงตันละ8,500 บาท รายได้จากการขายข้าวจึงหายไปครึ่งต่อครึ่ง เมื่อราคาข้าวกต่ำดังกล่าวชาวนาก็เดือดร้อนมาก เพราะหักต้นทุนการผลิตแล้วก็ขาดทุนยับเยิน เนื่องจากต้นทุนต่อไปไร่ทั้งค่าเมล็ดพันธุ์ ค่ารถไถ ค่าปุ๋ย ค่าเก็บเกี่ยว ค่าขนส่ง ค่าแรง รวมแล้วสูงถึงไร่ละ 4,000 บาท ซึ่งขาดทุน นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มจะลดตกต่ำลงเรื่อยๆ แล้วอย่างนี้ชาวนาจะอยู่ได้อย่างไร จะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่าปุ๋ยและใช้หนี้ ธกส. จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งรีบหามาตรการแก้ไขปัญหาเพราะตอนนี้ชาวนาเดือดร้อนจากราคาข้าวตกต่ำมาก


*****ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระแสข้าวเปลือกของประเทศเพื่อนบ้านเริ่มมาตั้งแต่ปี 2562 เริ่มขยายตลาดกว้างขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลกระทบต่อวงการข้าวไทยที่เคยราคาสูงขึ้นถึงกิโลกรัมละ 20 บาท ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมาถึงเดือนเมษายน 2563 เนื่องจากเกิดสถานการณ์ฝนแล้งในหลายพื้นที่ ขณะที่พื้นที่จังหวัดสระแก้ว ยังสามารถผลิตข้าวได้ตามปกติ โดยอาศัยน้ำจากชลประทานสระแก้ว ทั้งนี้ราคาเริ่มร่วงลงมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2563 จากที่เคยรับซื้อตันละ 1,200 บาท หรือกิโลกรัมละ 12 บาท ราคาก็ตกต่ำลงเรื่อย ๆเหลือตันละ 8,500 บาทหรือกิโลกรัมละ8.50 บาท

***ภาพ/สมศักดิ์ สารการ /ข่าว วีระยุทธ สารการ /บูรพาทีวีออนไลน์ รายงาน

Related posts